มรดกในอิสลาม



มรดกเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง อิสลามได้ให้ความสำคัญต่อประเด็นดังกล่าวไม่น้อยไปกว่าบัญญัติอื่น ๆ เพราะเล็งเห็นว่าทรัพย์สินสฤงคารแม้ว่าจะเป็นเ็ป็นเรื่องนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้อีก แต่ในความเป็นจริงประเด็นนี้มีควาำมสำคัญต่อสังคมอย่างยิ่ง มักมีข่าวออกมาเสมอว่าลูกสังหารบิดามารดาตนเอง เพื่อครอบครองมรดก หรือไม่ก็พี่สังหารน้อง หรือน้องสังหารพี่ หรือพี่น้องฆ่ากันเองเพื่อแย่งมรกดก ฉะนั้น ไมว่าอย่างไรก็ตามทรัพย์สินมีความสำคัญไปตามลำดับโดยตัวของมันเอง ดัวยเหตุนี้ อิสลามจึงไดักำหนดหลักการในการแบ่งมรดกไว้แก่สังคม เพื่อป้องกันเหตุการณ์ร้ายที่ไม่คาดคิดซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ และตลอดเวลา เพื่อให้หลักการนี้เป็นมาตรฐานสำหรับการแบ่งมรดกต่อไป และเมื่อทุกคนยึดมั่นต่อหลักการของศาสนาความขัดแย้งก็จะไม่เกิดขึ้น บทความนี้จึงขอนำเสนอหลักการแบ่งมรดตามหลักการของอิสลาม โดยเริ่มต้นจากอัล-กุรอานโองการที่กล่าวถึงเรื่องมรดกดังนี้ว่า

อัลลอฮฺได้ทรงสั่งสูเจ้าเกี่ยวกับลูก ๆ ของสูเจ้าว่า สำหรับลูกชายจะได้รับ (มรดก) เยี่ยงส่วนของลูกหญิงสองคน ถ้ามีลูกสาว (สองคน) หรือเกินสองคน ดังนั้น สองในสามของมรดกเป็นของพวกนาง แต่ถ้าผู้ (รับมรดก) เป็นลูกสาวคนเดียว ครึ่งหนึ่งของ (มรดก) เป็นของนาง สำหรับบิดาและมารดา แต่ละคนจะได้รับมรดกหนึ่งในหก ถ้าเขา (ผู้ตาย) มีบุตร ครั้นถ้าเขาไม่มีบุตร เฉพาะบิดามารดาเท่านั้นเป็นทายาทรับมรดก ดังนั้น หนึ่งในสาม (มรดก) เป็นของมารดา ถ้าเขามีพี่น้อง หนึ่งในหกเป็นของมารดา (ห้าในหกที่เหลือเป็นของบิดา) ทั้งหมดเหล่านี้ หลังจากได้จัดการพินัยกรรมตามคำสั่งเสีย หรือหลังการชำระหนี้ สูเจ้าไม่รู้ดอกว่า บรรดาบิดา (มารดา) และลูก ๆ ของสูเจ้า ผู้ใดให้ประโยชน์ใกล้ชิดยิ่งกว่าแก่สูเจ้า (กฎนี้) เป็นบัญญัติจากอัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณเสมอ - มรดกครึ่งหนึ่งของภรรยาเป็นของสูเจ้า ถ้าพวกนางไม่มีบุตร แต้ถ้าพวกนางมีบุตร ดังนั้น หนึ่งในสี่ของมรดกของนางเป็นของสูเจ้า หลังจากได้จัดการพินัยกรรมตามคำสั่งเสีย หรือหลังการชำระหนี้ และหนึ่งในสี่ของมรดกของสูเจ้าเป็นของพวกนาง ถ้าสูเจ้าไม่มีบุตร แต่ถ้าสูเจ้ามีบุตร หนึ่งในแปดของมรดกของสูเจ้าเป็นของนาง หลังจากได้จัดการพินัยกรรมตามคำสั่งเสีย หรือหลังการชำระหนี้ แต่ถ้ามีชายหรือหญิงที่ไม่มีญาติโดยตรงรับมรดก (ไม่มีบุตรและบิดามารดา) พี่น้องเป็นผู้รับมรดก ถ้าเขามีพี่หรือน้องชาย หรือมีพี่หรือน้องสาว (ร่วมบิดามารดา) หนึ่งคน แต่ละคนจะได้รับหนึ่งในหก แต่ถ้าเขามีพี่น้องมากกว่าหนึ่งคน พวกเขามีส่วนร่วมหนึ่งในสามของมรดก หลังจากได้จัดการพินัยกรรมตามคำสั่งเสีย หรือหลังการชำระหนี้ ขณะที่ (พินัยกรรม) ต้องไม่นำความเสียหายมาสู่ นี่เป็นคำแนะนำจากอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงขันติ [1]

ส่วนแบ่งมรดก

หนึ่งในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสิทธิด้านทรัพย์สินของประชาชนคือ มรดก ซึ่งโองการนี้และโองการถัดไปสาธยายไว้ อิสลามได้กำหนดสัดส่วนและสิทธิพึงได้รับของแต่ละคนไว้อย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งก่อนหน้าการมาของอิสลาม อาหรับในยุคโฉดเขลาไม่เคยแบ่งมรดกให้แก่สตรี ดังนั้น พวกนางจึงไม่เคยได้รับมรดกทั้งจากบิดามารดา สามี และบุตรของนาง เมื่ออิสลามมาประกาศสั่งสอนได้ฟื้นฟูสิทธิของสตรีให้กลับมีชีวิตอีกครั้ง และเนื่องจากว่าค่าใช้จ่ายของพวกนางอยู่ในความรับผิดชอบของสามี ผู้หญิงจึงมีสิทธิ์รับมรดกแค่ครึ่งหนึ่งของผู้ชาย

โองการกล่าวถึงทายาทชั้นแรกที่มีสิทธิ์รับมรดกได้แก่ บรรดาบุตร และบิดามารดา ซึ่งสิทธิของแต่ละคนได้ถูกกำหนดไว้อย่างเรียบร้อย กรณีที่ผู้ตายมีทายาทรับมรดกหลายคนส่วนแบ่งของแต่ละคนได้ถูกกำหนดไว้แล้วเช่นกัน แต่ถ้าผู้ตายมีทายาทเพียงคนเดียวเขาก็จะได้เฉพาะส่วนของเขา ส่วนที่เหลือเขาจะได้รับในฐานะของการปัดส่วน

โองการกล่าวถึงประเด็นมรดกของทายาทชั้นที่หนึ่งดังนี้

1.ถ้าผู้ตายทีบุตรชายและบุตรสาวหลายคน บุตรจะได้รับมรดกมากว่าบุตรสาวสองเท่า ซึ่งกฎข้อนี้ถือว่าเป็นกฎโดยทั่วไปที่ทุกที่ต้องนำมาปฏิบัติลูกชายจะได้รับ (มรดก) เยี่ยงส่วนของลูกหญิงสองคน

2.ถ้าผู้ตายมีบุตรสาวสองคนหรือมากกว่า พวกนางมีสิทธิ์ได้รับสองในสามของมรดก ถ้าผู้ตายไม่มีทายาทคนอื่นในชั้นนี้อีกแล้ว ดังนั้น มรดกส่วนที่เหลือให้แบ่งในหมู่พวกนางคนละเท่า ๆ กัน ในฐานะของการปัดส่วน

ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ณ ที่นี้คือ โองการกล่าวถึงการมีบุตรสาวเกินสองคน ซึ่งอาจเป็นสามหรือสี่ ส่วนกรณีของบุตรสาวสองคนเข้าใจได้จากประโยคก่อนหน้านี้ ที่ว่าบุตรชายได้รับมรดกสองเท่าของเด็กผู้หญิง ด้วยเหตุนี้ ถ้าผู้ตายมีบุตรชายและบุตรหญิงอย่างละคน สิทธิของบุตรสาวคือ หนึ่งในสาม ถ้าผู้ตายมีบุตรสาวสองคน สิทธิของนางคือ สองในสาม ถ้ามีบุตรสาวสามคน สิทธิของพวกนางมิใช่สามในสาม ทว่าสิทธิของพวกนางคือ สองในสาม เนื่องจากโองการกล่าวถึงสิทธิ์ของบุตรสาวสามคน หรือมากกว่านั้น อย่าคิดว่าสิทธิของบุตรสาวสามคนคือ สามในสามของมรดก ดังนั้น ถ้าในชั้นนี้ไม่มีทายาทคนใดอีกแล้ว ส่วนที่เหลือให้แบ่งเท่า ๆ กัน ในหมู่พวกนาง

3.ถ้าผู้ตายทีบุตรสาวเพียงคนเดียว มรดกครึ่งหนึ่งเป็นของนาง ถ้าผู้ตายไม่มีทายาทคนใดอีกส่วนที่เหลือก็เป็นของนางในฐานะของการปัดส่วน



1 2 3 next